Recommend

หนึ่งในคำถามที่เหล่านักเขียนและนัก อยากเขียนถามบ่อยที่สุด คือ "สัญญาลิขสิทธิ์หนังสือเป็นอย่างไร" "หนู/ผมจะถูกโกงไหม" วันนี้ผมจะนำโครงสร้างสัญญาลิขสิทธิ์จัดพิมพ์หนังสือมาชำแหละให้เห็นกันจะ เๆครับ ว่า โดยทั่วไปแล้วจะมีรูปแบบมาตรฐานเช่นไร และผลที่ตามมาหลังจากเราลงปากกาเซ็นไปในสัญญาแล้ว จะมีผลบังคับอย่างไรครับ

ต้นฉบับหนังสือนั้น เมื่อได้สร้างสรรค์ขึ้นแล้วถือว่าผู้สร้างสรรค์มีสิทธิในลิขสิทธิ์ของวรรณกรรมอันเกิดขึ้น ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 8(1) (2) ซึ่งเป็นทรัพยสิทธิอย่างหนึ่งอันสามารถทำสัญญา โอน เช่า ซื้อขาย แลกเปลี่ยน ให้ ได้ตามมาตรา 17 ประกอบประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 2 เอกเทศสัญญา รวมถึงผูกพันเกี่ยวข้องกับหนี้ที่พึงชำระทุกประการ

พูดง่ายๆคือ ให้ถือเสียว่าลิขสิทธิ์ในหนังสือของเราเป็นผลึกของความคิดก้อนหนึ่ง ที่มีค่ามีราคา เราจะเอาไปให้ใครใช้ก็ได้ ตามข้อตกลงอันจะเกิดขึ้นตามสัญญานั่นเองครับ

ดังนั้น สัญญาจัดพิมพ์หนังสือที่พบเห็นทั่วไปจะมี 2 แบบ คือ
1) สัญญาเช่าลิขสิทธิ์(โดยมากจะเป็นแบบนี้)
2) สัญญาซื้อลิขสิทธิ์(ซื้อขาด) หรือสัญญาจ้างทำของ

ขั้นแรกผมจะแจกแจงโครงสร้างของสัญญาเช่าลิขสิทธิ์ ที่เราพบกันมากที่สุดเสียก่อนนะครับ

1. วันเดือนปีที่ทำสัญญา

เป็นสิ่งที่ดูไม่สำคัญ แต่สำคัญมากหากเกิดคดีความขึ้นครับ เพราะจะมีผลต่ออายุความการแจ้งความและฟ้องร้อง ซึ่งจะกล่าวต่อไป

2. ชื่อเจ้าของผลงานสร้างสรรค์(เจ้าของลิขสิทธิ์) และชื่อผู้เช่าใช้ลิขสิทธิ์

องค์ประกอบสัญญาในเอกเทศสัญญาเช่าทรัพย์ ซึ่งลิขสิทธิ์เองถือเป็นทรัพยสิทธิ (ทรัพย์สินทางปัญญา)